กวนน้ำให้ใส : ชวนวัดทำบุญ (บ้างเหอะ)

เสียดายแทนชาวบ้านในเขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน ซึ่งยังไม่มีสถานพยาบาลของรัฐไว้ให้บริการ และกำลังรอคอยจะได้ใช้ประโยชน์จากโครงการโรงพยาบาลดอนเมืองของกรุงเทพมหานคร

เพราะโครงการที่กำลังจะเดินหน้าเป็นรูปธรรม กลับต้องสะดุดหยุดลง เนื่องจากทางกทม.ยังไม่สามารถตกลงค่าเช่าที่ดินที่เหมาะสมกับเจ้าของที่ดิน ได้แก่ “วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ”

1) การหาที่ดินมาใช้ก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง ในเขตพื้นที่ กทม.ทางเหนือ บริเวณดอนเมืองนั้น มีข้อจำกัดอย่างมาก เพราะหากเป็นที่ดินเอกชนก็จะมีราคาสูงลิบ จนไม่สามารถนำมาลงทุนก่อสร้างในกิจการที่ไม่แสวงหาผลกำไรอย่างเช่น โรงพยาบาลของรัฐเช่นนี้ได้

ที่ผ่านมา กทม.ได้เจรจาขอเช่าที่ดินกับทาง “วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ” เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณถนนนาวงประชาพัฒนา เนื้อที่ 38 ไร่ ระยะเวลา 30 ปี มีความคืบหน้าเป็นอันมาก ตกลงกันด้วยดีมาโดยตลอด

ถึงขนาดปรากฏข่าวว่า คณะผู้บริหารของ กทม. ได้เข้าไปกราบนมัสการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญเพื่อขอใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยเจ้าอาวาสมอบในหลักการให้ กทม.ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อสร้างโรงพยาบาล

สมเด็จฯ ท่านได้ให้นามโรงพยาบาลมาแล้วด้วยว่า “โรงพยาบาลหลวงพ่อวัดปากน้ำ”

โรงพยาบาลจะมีขนาด 400 เตียง รวมถึงอาคารสงฆ์ 60 เตียง สำหรับพระสงฆ์ที่อาพาธด้วย

งบประมาณการก่อสร้างและการบริหารจัดการทั้งหมด กทม.รับผิดชอบไป เพื่อประโยชน์ของชาวบ้านที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ใกล้เคียง

2) ล่าสุด ปรากฏข่าวว่า ไวยาวัจกรของวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้เรียกค่าเช่าที่ดินเพื่อจะทำโรงพยาบาลของรัฐนั้น วงเงินประมาณ 700 ล้านบาทนั้น ระยะเวลา 30 ปี

ทำให้โครงการต้องชะงักงันลงไป

เพราะกรุงเทพมหานคร เตรียมงบก่อสร้างไว้พร้อมแล้ว ออกแบบเรียบร้อยแล้วก็จริง แต่ค่าเช่าที่ดินข้างต้น แพงเกินกว่าที่เตรียมการรองรับไว้

ถึงวันนี้ โครงการยังไม่สามารถเดินต่อได้

3) เรื่องนี้ ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง และเป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง

อยากจะขอบิณฑบาตไปยังวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ…

เจ้าอาวาส “วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ” คือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ซึ่งมีสถานะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

อยากให้มองว่า เงินของ กทม. ก็คือเงินของประชาชนชาวกทม. ขณะที่เงินของวัดปากน้ำฯ ก็คือเงินของพระพุทธศาสนา มิใช่เงินของเจ้าอาวาส หรือของใครคนใดคนหนึ่ง

การสร้างโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการสาธารณสุข ในราคาชาวบ้าน เป็นกุศลอย่างยิ่งในสังคมยุคนี้ ยุคที่โรงพยาบาลขาดแคลนกว่าวัดและห้างสรรพสินค้า

น่าสงสัยว่า หากไม่ให้ใช้ที่ของดินวัดมาทำโรงพยาบาลเพื่อชาวบ้านตาดำๆ แล้วทางวัดเตรียมแผนจะเอาที่ดินไปทำอะไร? แสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือไม่? เพื่อผลประโยชน์ของใคร? อย่างไร?

งานกุศลเช่นนี้ หากทางวัดใช้เมตตาธรรม นึกเผื่อแผ่ถึงประชาชนผู้ยากไร้ ตัดสินใจร่วมลงทุนไปกับทางกรุงเทพมหานคร โดยวัดออกที่ดิน ส่วน กทม.ออกเงิน-ออกแรง แถมสร้างแล้วก็ใช้ชื่อ “โรงพยาบาลหลวงพ่อวัดปากน้ำ” ได้โรงพยาบาลขนาด 400 เตียง รวมถึงอาคารสงฆ์ 60 เตียง สำหรับพระสงฆ์ที่อาพาธด้วย ย่อมจะเป็นกุศลกรรมอย่างยิ่ง พร้อมไปกับพระเดชพระคุณของพระคุณเจ้า

อย่าลืมว่า การตั้งชื่อสถานที่ในยุคนี้ ถือเป็นของที่มีมูลค่ามหาศาล

อย่างสนามฟุตบอลของสโมสรอาร์เซนอล ในประเทสอังกฤษ ชื่อ “เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม” ตามชื่อสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์ ทางสายการบินก็ยังต้องทุ่มเงินกว่า 100 ล้านปอนด์ เพื่อให้ใช้ชื่อเขาเป็นชื่อของสนามดังกล่าว แต่งานนี้เสมือนหนึ่งว่าวัดปากน้ำฯ ได้ร่วมทำบุญทำกุศล (ซึ่งเป็นเจตนาของการมีวัด หรือมิใช่?) แถมได้จารึกชื่อไว้ตลอดกาลนาน โดยไม่ต้องจ่ายเงินเองสักบาท

งานนี้ จึงขอกราบชวนวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งมีความมั่งคั่ง โอ่อ่า ฟู่ฟ่า หรูหราอย่างที่สุด โปรดทำบุญเพื่อชาวบ้านที่รอคอยโรงพยาบาลของรัฐอยู่ สักครั้งหนึ่ง จะได้หรือไม่?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top